Monthly Archives: November 2017

แนะนำเครื่องดนตรีคลาสสิก มีอะไรบ้าง

Classical-instruments-standard

มีการใช้เครื่องดนตรีอันแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ชนิด ดังนี้ เครื่องสายได้แก่ไวโอลิน , วิโอล่า , เชลโล , ดับเบิลเบส เครื่องเป่าลมไม้ เช่น ฟลุต , คลาริเน็ต , โอโบ , บาสซูน , ปิคโคโล เป็นต้น เครื่องเป่าลมทองเหลืองเช่น ทรัมเป็ต ,ทรอมโบน ,ทูบา , เฟรนช์ฮอร์น เป็นต้น เครื่องกระทบ เช่น กลองทิมปานี , ฉาบ , กลองใหญ่ ,ไทรแองเกิล เมื่อนำทั้งหมดนี้มาเล่นรวมกันจะเรียกว่า วง Orchestra โดยมี Conductor เป็นผู้ควบคุมวง ดนตรีในยุคคลาสสิก เป็นยุคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นอย่างมาก รวมทั้งมีการพัฒนาให้เปลี่ยนแปลงไปจากรูปแบบเดิมๆ โดยยกเลิกการสอดประสานของทำนอง แต่เปลี่ยนมาเป็นแบบใส่เสียงประสานแบบ Homophony แทน พูดง่ายๆ ก็คือ เน้นไปที่ทำนองหลักเท่านั้น โดยมีแนวเสียงอื่นๆ …

ประวัติความมาดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง

history-middle-ages-classical-music

ยุคกลาง หรือ Middle Ages เริ่มในปี ค.ศ. 400 – 1400 ในยุคกลางนี้โบสถ์เปรียบเสมือนศูนย์กลางของศิลปะวิทยาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดนตรี , ศิลปะ , การศึกษา , การเมือง วิวัฒนาการทางด้านดนตรีของทางฝั่งตะวันตกเกิดขึ้นควบคู่ไปกับศาสนา โดยเกิดจากการผสมผสานระหว่างดนตรีโรมันในยุคโบราณกับดนตรีของยิวโบราณ เพลงทั้งยุคนั้นก็แต่งเพื่อใช้ในพิธีทางศาสนาคริสต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีการนำคำสอนจากพระคัมภีร์มาใส่ทำนองเข้าไป เพื่อให้ประชาชนทั้งหลายเกิดความซาบซึ้ง รวมทั้งก่อให้เกิดศรัทธาอย่างแรงกล้าในศาสนา ในยุคนี้ไม่ได้แต่งเพื่อหาความไพเราะ หรือหาความสนุกสนาน ต่อมาเมื่อศาสนาคริสต์ได้แพร่คำสอนกระจายออกไปทั่วโลก เพลงที่ใช้ร้องในพิธีของศาสนาคริสต์ก็แตกแขนงออกไปตามภูมิภาคและเชื้อชาตินั้นๆ เมื่อคริสต์ศาสนาเติบโตรวมทั้งมีความเข้มแข็งเป็นปึกแผ่นมากขึ้น จึงได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการขับร้องเพลงสวด ที่เรียกว่า Chant และหลักเกณฑ์นี้ได้รับการยอมรับในหมู่ผู้นำของศาสนาคริสต์ อย่าง Pope Gregory the Great พระผู้นำศาสนาในยุคนั้น เป็นคนที่คอยเก็บรวบรวมบทสวดต่างๆที่มีอยู่ จัดให้เป็นระเบียบ แยกหมวดหมู่อย่างถูกต้อง และได้การเปลี่ยนภาษาจากกรีกให้เป็นละติน รวมทั้งเขียนลำดับของเพลงสวด เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติตามให้เหมือนกันหมด ซึ่งบทสวดนี้ในศาสนาคริสต์นิกาย Roman Catholic ก็ยังนำมาใช้อยู่จนปัจจุบัน โดย Chant เป็นเพลงที่มีแต่ทำนอง ปราศจากการประสานเสียง ไม่มีจังหวะ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความรสนิยมของนักร้อง ต่อมาเพลงประเภทนี้ถูกเรียกว่า …

ดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาไอคิว (I.Q.)

classical-music-effect-to-brain

ดนตรีคลาสสิกเป็นดนตรีที่มีรากฐานค่อนข้างสลับซับซ้อน มีทั้งเพลงสวด , เพลงเต้นรำ , เพลงรัก มีลักษณะช้าและเร็วสลับกันไปตามท่วงทำนอง เป็นแนวเพลงที่มีพลังงานสูงมาก ไม่ว่าจะในเรื่องสื่อการสารทางอารมณ์หรือช่วยพัฒนาสติปัญญา สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่มนุษย์มาก ดนตรีคลาสสิกกับการพัฒนาไอคิว(I.Q.) The Mozart Effects เป็นการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสติปัญญาด้วยการฟังเพลงคลาสสิก การวิจัยดังกล่าวมีต้นกำเนิดมาจากผลงานเมื่อปี 1993 ของ Frances Rauscher การวิจัยเกี่ยวกับ The Mozart Effect ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพสมองให้เกิดความทรงจำที่ดีขึ้น รวมทั้งช่วยเรื่องของความเฉลียวฉลาด หลายปีที่ผ่านมาได้มีการทดลองถึงข้อเท็จจริงอันนี้ ส่วนเพลงที่คัดเลือกมาใช้มาใช้นั้น ก็เป็นเพลงของ Wolfgang Amadeus Mozart โดยประชาชนหลายพันคนที่ได้อ่านรายงานเกี่ยวกับการทดลองในครั้งนี้จากหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ก็สนใจที่จะลองฟังเพลงคลาสสิกดูบ้าง การทดลองนี้เกิดขึ้น ณ เมือง Irvine ในปี 1993 โดยได้ทำการทดลองจากการใช้นักศึกษาของ University of California โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 3 กลุ่ม และให้ฟังเสียงเหล่านี้เป็นเวลา 10 นาที ได้แก่ เพลง sonata for …

การแบ่งยุคของดนตรีคลาสสิก

classical-music-history

ช่วงเวลาของดนตรีคลาสสิกสามารถแบ่งออกเป็นยุคได้ ดังนี้ 1.ยุคกลาง หรือ Middle Age ค.ศ. 476 – ค.ศ. 1400 ดนตรีคลาสสิกจากยุโรปในยุคกลาง เป็นจุดเริ่มต้นของดนตรีคลาสสิกมาจนถึงปัจจุบันนี้ เริ่มต้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 476 ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่เกิดการล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน เพราะฉะนั้นดนตรีในยุคนี้จึงสร้างขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา วิเคราะห์กันว่าน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากดนตรีในของกรีกสมัยโบราณ รูปแบบของเพลงในยุคนี้เน้นเพลงสวดเป็นสำคัญ 2.Renaissance ค.ศ. 1400- ค.ศ. 1600 เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 1400 ยุคนี้คือยุคฟื้นฟูศิลปะโบราณ ในสมัยโรมันและกรีก แต่ดนตรีก็ยังคงเน้นไปทางศาสนา อยู่เช่นเดิม แต่เริ่มมีการใช้เครื่องดนตรีให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ท่วงทำนองดนตรีในยุคนี้ยังคงมีรูปแบบคล้ายกับยุคกลาง แต่เพลงบรรเลงเริ่มก่อตัวขึ้นมาก 3.ยุค Baroque ค.ศ. 1600 – ค.ศ. 1750 ยุคนี้เป็นจุดเริ่มต้นของอุปรากรในประเทศฝรั่งเศส และสิ้นสุดลงเมื่อ Johann Sebastian Bach เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1750 ในยุคนี้มีการเล่นดนตรีสำหรับชนชั้นสูง มีการหันมาเล่นเครื่องดนตรีประเภท Organ มากขึ้น แต่ก็ยังคงเน้นไปทางศาสนาอยู่ดี …